วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2551

Re-engineering



การ Re-engineering ไม่ใช่การจัดองค์กรให้เกิดการทำงานแยกอย่างเด่นชัดเฉพาะ โดยมองเพียงงาน (tasks) ที่แต่ละหน่วยงาน (function) ทำ แต่ควรที่จะดูที่กระบวนการทำงานทั้งหมด องค์กรควร re-engineering ไปสู่การทำงานเป็นสายโซ่
การทำ re-engineering มักตั้งบนข้อสมมติฐานว่า
ปัจจัยที่ทำให้องค์กรด้อยผลงาน เป็นเพราะความด้อยประสิทธิผลของกระบวนการทำงาน (ซึ่งอาจใช่หรือไม่ใช่ และมักจะไม่มีวิธีที่จะตรวจสอบได้ง่าย อาจเป็นสาเหตุอื่นก็ได้)มีความจำเป็นต้องเริ่มกระบวนการปรับปรุงการทำงาน ชนิด "ล้างบัญชี" โดยไม่นำพาต่อสถานะเดิมอย่างสิ้นเชิงre-engineering จะไม่ให้วิธีที่มีประสิทธิภาพที่จะทุ่มเทความพยายามไปยังจุดด้อยที่เป็นข้อจำกัดขององค์กรre-engineering เป็นพื้นฐานของพัฒนาการหลายประการด้านการบริหารในปัจจุบัน เช่น การทำงานแบบ cross-function team ซึ่งกำลังนิยมมาก เพราะความปรารถนาที่จะ re-engineering ได้ทำให้ functional tasks ที่แยกกันอยู่ เปลี่ยนเป็น complete cross-functional processes

ตัวอย่างของการเอ็นจิเนียริ่งที่เห็นภายในกรุงเทพฯ

หลังจากที่ให้ความเห็นข้อสังเกตกลับมาเยือนกรุงเทพฯครั้งนี้ตอนกลับมาเยี่ยมบ้านใหม่ๆ ตอนนี้มีความรู้สึกเพิ่มเติมจากการสังเกตเรื่องราวในเมืองไทยเพิ่มทั้งในแง่ดีและแง่ที่ควรปรับปรุง
+ หลังจากที่ธนาคารกสิกรเริ่มทำ reengineering สาขาใหม่เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ตอนนี้กลายเป็นว่าเกือบทุกธนาคารปรับเปลี่ยนหน้าตาสาขาดูน่าใช้บริการมากขึ้น และเห็นสาขาตามห้างทำให้ใช้บริการสะดวกขึ้น ที่สำคัญคือเค้าเปิดบริการเสาร์อาทิตย์อีกด้วย สะดวกสำหรับลูกค้าแต่น่าเห็นใจพนักงานเหมือนกัน และเพิ่งรู้ว่าธนาคารไทยพาณิชย์มีสาขาแซงธนาคารกรุงเทพฯและธ.ออมสินไปเสียแล้ว+ รายการข่าวในทีวี มีบรรทัดล่างให้คนส่งข้อความมาแสดงความคิดเห็นผ่าน sms นับว่าเป็นการดึงความมีส่วนร่วมกับผู้ดูได้น่าสนใจทีเดียว+ การเมืองบ้านเรา….อืม ไม่พูดดีกว่า+ เน็ตไร้สาย มีหาได้ทั่วไปในเมือง แต่ตามห้างส่วนใหญ่จะเป็นของเจ้าทรูที่ไม่ฟรี ต้องเดินไปอุดหนุนตามร้าน อย่างฟาสต์ฟู้ดแม๊กโดนัลด์ หรือร้านกาแฟแบล๊กแคนยอน ไม่ก็คอฟฟี่เวิร์ด บางทีก็เจอสัญญาณให้ใช้ฟรีจากร้านไหนก็ไม่รู้มีเมตตาให้เราต่อได้+ บริการเน็ตความเร็วสูงตามบ้าน ความเร็วใช้ได้เลย ที่บ้านใช้ของทรูความเร็วหนึ่งเมก ตอนปกติก็เร็วปรื๋อแต่บางวันสัญญาณสะดุดใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง ไม่รู้เกี่ยวกับเป็นเพราะฝนตกหรือเปล่า เดือนละหกร้อยบาทถือว่าไม่แพงถ้าได้ใช้ทุกวัน+ ถนนหนทางมีการปลูกต้นไม้และตัดตกแต่งสวยงาม ที่นั่งพักที่ป้ายรถเมล์ก็มีกระถางต้นไม้หรือมีไม้เลื้อย- เศรษฐกิจไม่ดี ชาวบ้านบ่นกันมาก โรงงานปิดตัวลง ส่งออกแย่เพราะค่าเงินบาทที่แข็งโดยไม่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ แต่ในทำนองตรงข้าม รัฐบาลเปิดขายพันธบัตรดอกเบี้ยสูงหลายหมื่นล้าน มีคนไปจองหมดภายในสิบห้านาที จะแปลว่าคนมีเงินไม่กล้าใช้ ส่วนคนไม่มีเงินก็คงไม่มีให้ใช้ เศรษฐกิจกลายเป็นสถานการณ์เงินตึงไป+ การเดินทางแสนสะดวก *ถ้า* ที่ๆเราจะไปอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าหรือรถไฟใต้ดิน


แหล่งที่มาของข้อมูล


http://weerasak.com/?p=1015


http://share.psu.ac.th/blog/think-asia/7386

ไม่มีความคิดเห็น: